ประสบความสำเร็จอีกขั้น! นาซาค้นพบน้ำบนผิวดวงจันทร์ และแสงสว่างที่แสงอาทิตย์ส่องถึง

นาซาค้นพบน้ำบนผิวดวงจันทร์ และแสงสว่างที่แสงอาทิตย์ส่องถึง

บนโลก และ นอกโลกของเรามีสิ่งอีกมากมายให้เราค้นหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีในปัจจุบัน ให้เราสามารถศึกษาสิ่งต่างๆ รอบตัวได้มากยิ่ง หลายคนคงรู้จักกับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ องค์การนาซา ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 ตามรัฐบัญญัติการบินและอวกาศแห่งชาติ เป็นหน่วยงานส่วนราชการ รับผิดชอบในโครงการอวกาศและงานวิจัยห้วงอากาศอวกาศ ระยะยาวของสหรัฐ

และสุดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมาทางองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาหรือนาซา ได้มีการประกาศว่าเครื่องบินสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ หรือกล้องโทรทรรศน์ลอยฟ้าโซเฟีย ได้มีการยืนยันว่ามีการค้นพบน้ำบนพื้นผิวของดวงจันทร์และบริเวณด้านของดวงจันทร์ที่แสงอาทิตย์ส่องถึงได้เป็นครั้งแรก และมีการแถลงเพิ่มเติมว่าการค้นพบครั้งนี้เป็นจุดบ่งชี้ได้ว่าอาจจะมีน้ำกระจายตัวอยู่ในทั่วพื้นที่บริเวณของผิวดวงจันทร์ไม่เพียงแค่เฉพาะในบริเวณที่มีอากาศหนาวเย็นและแสงที่ส่องไม่ถึงเพียงเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามทางด้านนาซ่ายังได้ประกาศเพิ่มเติมว่ายังไม่สามารถทราบแน่ชัดว่า บริเวณแหล่งน้ำที่พบเจอจะสามารถเป็นแหล่งทรัพยากรได้หรือไม่ แต่จะมีการศึกษาน้ำบนดวงจันทร์และเรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อแผนโครงการอาร์ทิมิสเป็นอย่างมาก

โดยก่อนหน้านี้ได้มีนักวิทยาศาสตร์ค้นพบแหล่งน้ำบนดวงจันทร์จำนวนหนึ่ง แต่จะมีแค่เฉพาะในแอ่งหลุมลึกที่มีความมืดมิดและหนาวเย็น เพียงเท่านั้นโดยส่วนใหญ่แล้วน้ำที่พบก่อนหน้านี้จะพบในรูปแบบของน้ำแข็งและมีการสกัดน้ำออกมาใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างยาก แต่การค้นพบในครั้งนี้นั้นแตกต่างออกไปเนื่องจากครั้งนี้น่าจะได้พบโมเลกุลน้ำบนพื้นผิวของแอ่งหลุมหลุมคลาเวียส บริเวณใกล้กับขั้วใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นหลุมอุกกาบาตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งบนดวงจันทร์ นอกจากนี้ยังไม่มีการตรวจพบการสะท้อนรังสีความร้อนที่เป็นเอกลักษณ์ของโมเลกุลน้ำในบริเวณดังกล่าวด้วย ซึ่งเป็นการค้นพบ น้ำบนพื้นผิวบนดวงจันทร์ครั้งนี้มีอยู่เฉลี่ยแล้ว 12 ออนซ์

แต่อย่างไรก็ตามถือได้ว่าการค้นพบน้ำบนพื้นผิวของดวงจันทร์เช่นนี้ทำให้ คาดการณ์ได้ว่าจะสามารถมีทรัพยากรน้ำบนดวงจันทร์ที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้นอีกครั้ง นาซ่ายังคาดการณ์ต่อว่าน่าจะมีปริมาณเพียงพอต่อการตั้งถิ่นฐานและสำรวจดวงจันทร์ในระยะยาวได้อีกด้วย โดยข้อมูลเหล่านี้ที่ได้จะถูกนำไปสร้างเป็นแผนที่ทรัพยากรน้ำบนดวงจันทร์ฉบับแรกเพื่อใช้สำหรับภารกิจในการสำรวจอวกาศของมนุษย์ ในอนาคตซึ่งคาดกันว่าจะเป็นปี 2024 นั่นเอง

Apple เปิดจำหน่าย iPhone 12 มีสเปคอะไรน่าสนใจบ้าง?

Apple เปิดจำหน่าย iPhone 12 พร้อมสเปคจัดเต็ม

ในปี 2020 นี้เรียกได้ว่าเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบได้มีการพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้งานไปจนถึงความสะดวกสบายของคนยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนนั่นก็คือ เทคโนโลยีของสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ที่ได้มีการพัฒนาในหลายๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นในส่วนของระบบการใช้งานต่างๆ มากมาย

ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ทางบริษัทสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ก็ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน รุ่นใหม่ล่าสุดในปี 2020 อย่าง iPhone 12 ที่มีออกมาจำหน่ายด้วยกันถึง 4 รุ่น คือ iPhone 12 Mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max ทรงสีเหลี่ยมพร้อมทั้งทำจากวัสดุชั้นดี และรองรับเครือข่าย 5G มาพร้อม iPhone 12

ทั้งหมดใช้ชิป A14 Bionic เชื่อได้ว่าเป็นชิปโทรศัพท์มือถือที่เร็วที่สุดในตอนนี้ รองรับการทำงานของ Neural Engine หรือถ่ายวิดีโอในแบบ Dolby Vision พร้อมออกแบบให้มีระบบประหยัดพลังงานมากขึ้น มีความเป็นส่วนตัว ยังมาเป็นอันดับหนึ่ง iPhone ได้รับการออกแบบมาเพื่อปกป้องข้อมูล เช่น อย่างข้อมูล Face ID

สเปค iPhone 12 แต่ละรุ่น


iPhone 12 mini

มี 5 สีให้เลือก คือ ดำ, ขาว, (PRODUCT)RED, เขียว, น้ำเงิน ดีไซน์ด้านหน้าแบบ Ceramic Shield ด้านหลังแบบกระจก และอะลูมิเนียม

ขนาดความจุ

  • 64GB ราคา 699$
  • 128GB ราคา 749$
  • 256GB ราคา 849$
  • จอภาพ Super Retina XDR จอภาพ OLED ทั้งหน้าจอ ขนาด 5.4 นิ้ว
  • ชิพ A14 Bionic Neural Engine เจเนอเรชั่นถัดไป
  • ระบบกล้องคู่ความละเอียด 12MP กล้องอัลตร้าไวด์​และไวด์
  • อัลตร้าไวด์: รูรับแสงขนาด ƒ/2.4 และมุมมองภาพ 120°
  • ไวด์: รูรับแสงขนาด ƒ/1.6
  • ซูมออกแบบออปติคอล 2 เท่า
  • ซูมดิจิตอลได้สูงสุด 5 เท่า
  • เปิดใช้งานด้วยกล้อง TrueDepth เพื่อการรู้จำใบหน้า
iPhone 12

มีให้เลือก 5 สี คือ ดำ, ขาว, (PRODUCT)RED, เขียว, น้ำเงิน ดีไซน์ด้านหน้าแบบ Ceramic Shield ด้านหลังแบบกระจก และอะลูมิเนีย

ความจุขนาด

  • 64GB ราคา 799$
  • 128GB ราคา 849$
  • 256GB ราคา 949$
  • จอภาพ Super Retina XDR
  • จอภาพ OLED ทั้งหน้าจอ ขนาด 6.1 นิ้ว
  • ชิพ A14 Bionic Neural Engine เจเนอเรชั่นถัดไป
  • บันทึกวิดีโอ HDR ในแบบ Dolby Vision สูงสุด 30 fps
  • บันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 24 fps, 30 fps หรือ 60 fps
  • บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p ที่ 30 fps หรือ 60 fps
  • บันทึกวิดีโอระดับ HD 720p ที่ 30 fps
  • ระบบกล้องคู่ความละเอียด 12MP: กล้องอัลตร้าไวด์​และไวด์
  • การเล่นวิดีโอ สูงสุด 17 ชั่วโมง
  • iOS 14 ระบบปฏิบัติการบนมือถือที่มีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยที่สุดในโลก
iPhone 12 Pro

ปีแห่งการก้าวกระโดด ชิพ A14 Bionic, ดีไซน์ใหม่หมด, Ceramic Shield, สแกนเนอร์ LiDAR พร้อมระบบกล้องระดับโปรที่ปรับแต่งมาเพื่อสภาวะแสงน้อย ซึ่งมีความเหนือชั้นขึ้นไป

  • iPhone 12 Pro จอภาพ Super Retina XDR ขนาด 6.1″1
  • 4 สีสวยสะกด แปซิฟิกบลู, ทอง, เงิน และกราไฟต์
  • กล้องไวด์พร้อมรูรับแสงขนาด ƒ/1.6 สามารถรับแสงได้มากขึ้น 27%

เรียกได้ว่าถึงสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง iPhone 12 นั้นตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครันอีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนใหม่ๆ ที่รองรับความทันสมัยและความต้องการในการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งสาวกไอโฟนหลายคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าตัวชิปเซ็ต 14 นี้น่าจับตามองเป็นอย่างมากเช่นกัน